เมื่อวาน 18 ต.ค. 53 ออกจากบ้านเกือบ 8 โมง รถติดมากๆๆๆ ปกติไปถึง รพ. ค่าแท็กซี่แค่ 105 หรือไม่เกิน 110 บาท แต่นี่ปาเข้าไป 161 บาท แค่แยกเกษตรถึงเสนา ค่าแท็กซี่ปาเข้าไป 60 บาทแล้ว..แถมติดทุกไฟแดงอีก หมอก็โทรมาตาม เก้าโมงแล้ว  หมอโทรมาตามบอกว่าถึงเวลาผ่าแล้ว อยู่ไหน พี่ชายบอกว่าอยู่บนถรแท็กซี่ ถามแท็กซี่ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน แท็กซี่บอกว่าเลยแยกนี้ไปก็ถึงแล้ว แต่ปรากฏว่าติดอยู่ตรงแยกอีกเกือบ 20 นาที
ไปถึง รพ. 9.20 ไปที่เค้าเตอร์ตรวจสอบสิทธิ์ เพื่อใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพ วันจันทร์คนเยอะมาก เพิ่งคิวที่ 494  เราจับได้คิวที่ 357 ก็เลยให้พี่ชายไปหยอดบัตรนัดก่อน แต่ว่าไปถึง เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องทำการเอาใบใช้สิทธิ์มาให้เรียบร้อยก่อนไม่งั้นต้องจ่ายค่าผ่าตัดเอง ก็เลยต้องมารอ 
ตรวจสอบสิทธิ์เสร็จประมาณ 10.20 รีบนำใบนัดไปหยอดอีกครั้ง แล้วรอเรียกอีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ให้เรากับพี่ชายไปที่ห้องผ่าตัดที่ตึกฉุกเฉินใหม่ ซึ่งอยู่ตรงข้างร้านกาแฟดอยตุง พอไปถึง หมอก็ให้เข้าห้องผ่าตัดเลย หลังจากรอรับเสื้อผ้าพี่ชายแล้ว ก็เดินออกมาหาที่นั่งข้างนอก
เดินออกมา หมอก็โทรมาตามอีกบอกว่าอยู่ไหนแล้ว เราก็บอกว่าเป็นญาติ ตอนนี้พี่ชายเข้าห้องผ่าเรียบร้อยแล้ว หมอถามว่าเป็นชั้น 3 หรือว่าตึกฉุกเฉิน เราบอกว่าตึกฉุกเฉิน หมอก็บอกว่าโอเคครับ... ก็วางสายไป..
เดินออกมาหาเก้าอี้นั่งที่หน้าร้านกาแฟดอยตุง ตอนแรกไม่มีที่นั่ง แบกกระเป๋า 2 ใบ เดินไปเดินมา  ไปกดเงินหน้าเซเว่นเผื่อค่ารักษาส่วนเกินที่เบิกไม่ได้ แล้วก็กลับมา ถึงมีที่นั่งว่าง ก็รีบเดินไปนั่ง (เพราะว่าส่วนใหญ่คนที่มาใช้เก้าอี้ตรงนี้จะใช้เป็นที่นอนซะเยอะเลย บางคนก็มาปูเสื่อเอาผ้าห่ม เอาหมอน มานอนเลย
ส่วนใหญ่น่าจะมาจากต่างจังหวัด ไม่มีที่พักมั๊งเราว่า แบบมานอนที่นี่เลย ทางรพ. เขาก็จัดทำเก้าอี้ได้เหมาะนะ เป็นคล้ายม้านั่งแบบยาวๆ เลย เหมาะกับการนอน
ประมาณ 11.40  ก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาหาเรา แบบถามหาญาติพี่ชายเรา แล้วเอาใบราคายามาให้ ไปชำระเงิน และรับยา เราก็ทำการจ่ายค่ายาเรียบร้อย เป็นยาที่เบิกไม่ได้จากประกันสุขภาพ ประมาณ 259 บาท
จากนั้นก็เอากลับไปให้เจ้าหน้าที่ที่ห้องผ่าตัด
แล้วก็กลับมานั่งรออีกครั้ง นานพอสมควร ก็มีเจ้าหน้าที่ออกมาหาเราอีก ให้เอาเสื้อผ้าไปให้พี่ชาย
แล้วก็กลับมารออีกประมาณเที่ยงกว่า เราก็ไปยืนรอข้างใน ยืนเก้ๆกัง เพราะไม่มีที่นั่ง ต้องคอยหลบรถเข็นนอนที่ผ่านมาผ่านไป
จนสักพักเห็นพี่ชายออกมาจากห้องผ่าตัดก็เลยรีบเข้าไป แล้วก็พาพี่ชายนั่งแท็กซี่กลับบ้าน
ส่วนเราขอลงหน้าปากซอย ไปหาซื้อข้าวต้มให้พี่ชาย กว่าจะถึงห้องก็ปาเข้าไปบ่าย 3
เห็นมีแดดจางๆ ต้องรีบซักผ้าเพราะว่ามันครึ้มมาหลายวันแล้ว เสาร์-อาทิตย์ก็ซักไม่ได้เพราะฝนตกตลอด
พี่ชายบอกว่าตรงที่หมอผ่า ตอนอาบน้ำ มันมีคล้ายเศษเนื้อเหมือนเนื้อที่ตายไม่มีความรู้สึกหลุดออกมา ไม่รู้คืออะไร ไม่กล้าดึงออก ให้ออกมาแค่นั้น
เราก็ว่าถ้าวันนี้เรามาทำงาน มีอะไรก็โทรมา เผื่อจะได้ไปหาหมอ เพราะว่าผ่าครั้งนี้ ผ่าเสร็จหมอให้กลับเลย เพราะไม่มีเตียงนอน
หมอนัดอีกที วันที่ 28 ต.ค. 2553 ตรงกับวันพฤหัส ก็ตั้งอีก 10 วัน ถ้ามีอะไรก็คงต้องไปหาก่อน เพราะหลังจากผ่าก็กลับบ้านเลย ก็ไม่รู้ว่าต้องดูแลตัวเองยังไง

edit @ 19 Oct 2010 13:33:27 by mAlang^luck

Comment

Comment:

Tweet

ขอให้พี่ชายหายเร็วๆน๊า จ๊ะ question
เชื่อว่าซักวันจะต้อง หาย ^^

เเล้ว ขอให้ เวลาไป ตามนัดหมอ รถไม่ติดน๊ะจ๊ะ surprised smile

#1 By happyhappy on 2010-10-19 09:14